แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ มุมวิทยาศาสตร์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ มุมวิทยาศาสตร์ แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2556

วิธีต่อถ้วยชามที่แตก


ถ้วยชาม หรือเครื่องลายครามที่แตก สามารถซ่อมได้

โดยใช้ถ่านไฟฉายธรรมดา ที่หมดไฟแล้ว ทุบก้อนถ่านออก  ตรงใต้ฝาครอบด้านบนของก้อนถ่าน จะมีสารสีดำๆ คล้ายยางมะตอย  แกะเอาออก และพยายามทำให้สะอาด เพราะยางเหนียวๆ นี้ ใช้เป็นตัวสมานรอยร้าวของกระเบื้องได้อย่างดียิ่ง

1. ถ้วยชามกระเบื้องหรือเครื่องลายครามที่แตก หรือแก้วที่แตก แต่ทุกชิ้นส่วนยังอยู่ครบ นำมาเช็ดตรงรอยแตกให้สะอาด แล้วลนไฟตรงรอยแตกพอร้อน
2. เอาสารสีดำทาตรงรอยแตก แล้วนำไปลนไฟให้เยิ้มทั้งสองข้าง
3. ค่อยๆ ประกอบชิ้นส่วน ให้แนบสนิทกัน แล้วปล่อยให้เย็น
4. นำไปขัดรอยเปื้อนอีกครั้ง ก็พร้อมนำมาใช้งานได้อีกครั้ง

วันอาทิตย์ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2555

วิธีป้องกันโรคบาดทะยัก


ถ้าท่านบังเอิญเดินเท้าเปล่า ไปเหยียบเอาตะปูที่เป็นสนิมเข้า อาจจะเป็นโรคบาดทะยักได้  และก็ให้บังเอิญในบ้านของท่าน ไม่มียากันบาดทะยักอยู่เลย จะไปหาหมอ ก็เดินทางลำบาก  วิธีหนึ่งที่แก้โรคบาดทะยักได้ชะงัดนักก็คือ ใช้มะละกอสุก

เอาฝาขวดน้ำอัดลม (หรืออะไรก็ได้) ขูดเนื้อมะละกอที่สุกกำลังดี คือ ไม่สุกจนงอม และไม่ห่ามจนดิบ ขูดเอาทั้งเนื้อและยางมะละกอ พอกปิดปากแผล ใช้ผ้าขาวพันทับไว้

ตอนแรกๆ ปากแผลเมื่อถูกกับเนื้อมะละกอจะเย็น  ต่อๆ ไป จะค่อยๆ ร้อนขึ้น พอร้อนก็เปลี่ยนเนื้อมะละกอพอกใหม่  ทำเช่นนี้หลายๆ ครั้ง ก็จะป้องกันมิให้เกิดโรคบาดทะยักได้

วันอังคารที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2555

วิธีเช็ดหมากฝรั่งออกจากผ้า


เมื่อมีฝรั่งเปื้อนเสื้อผ้า บางคนไม่รู้วิธีเอาออก ทำให้ต้องทิ้งหมากฝรั่งไว้อย่างนั้น หรือไม่ก็ใช้วิธีที่ไม่ถูกต้อง พยายามเอาหมากฝรั่งออก จนเสื้อผ้ารุ่ย หรือเสียหายได้

วิธีง่ายๆ ที่จะเอาหมากฝรั่งที่ติดผ้าออก ทำได้ง่ายๆ หลายวิธี ดังนี้

1. ใช้ผ้าชุบน้ำมันเบนซิน แล้วเช็คตรงรอยเปื้อน หมากฝรั่งก็จะหลุดจากผ้าออกจนหมดสิ้น

2. นำผ้าห่อน้ำแข็ง มาประคบบริเวณที่เปื้อนหมากฝรั่งสัก 5 นาที ดูจนหมากฝรั่งเริ่มจับตัวเป็นก้อนแข็ง แล้วจึงแกะหมากฝรั่งออก หมากฝรั่งจะหลุดร่อนออกมาอย่างง่ายดายโดยไม่ทิ้งใยเหนียวๆ ติดเสื้อผ้า เพราะว่าความเย็นจากน้ำแข็ง จะทำให้  ความสามารถในการยืดหยุ่นของหมากฝรั่งจับตัวกัน

3. ใช้ยาหม่อง ทาถูๆ ยาหม่องบริเวณผ้าที่ติดหมากฝรั่ง ทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที  หมากฝรั่งจะหลุดล่อนออกมาอย่างง่ายดาย

วันเสาร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2555

เปลือกมังคุด แก้น้ำกัดเท้า


ท่านที่ต้องเดินลุยน้ำเสมอๆ หรือเดินย่ำน้ำแฉะๆ นานวันเข้าก็จะเป็นโรค "น้ำกัดเท้า"  ทั้งคัน ทั้งเจ็บ และลุกลาม  บางคนต้องไปหาหมอ ซื้อยาแพงๆ มาทา ได้ผลบ้าง ไม่ได้ผลบ้าง

วันนี้เรามีวิธีง่ายๆ ใช้สมุนไพรไทยๆ ทำยาแก้โรคน้ำกัดเท้าได้ โดยไม่ต้องลงทุนมาก นั้นคือ

ใช้เปลือกมังคุด   ใช่แล้ว เปลือกมังคุด ใช้แก้โรคน้ำกัดเท้าได้

วิธีการคือ 

เอาเปลือกมังคุด มาตากแดดให้แห้ง เมื่อจะใช้ ก็เอาเปลือกมังคุดแห้ง มาฝนบนฝาหม้อ หรือ ฝนบนหิน  จากนั้น เติมน้ำสารส้ม ผสมลงไป  ใช้ทาแก้แผลเน่าเปื้อย แผลน้ำกัดเท้า ได้

นอกจากนั้นแล้ว เปลือกมังคุด ยังใช้ ทา แก้โรคหิด ได้ดีอีกด้วย

วันจันทร์ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2555

สารส้ม เหลือเยอะ เอาไปทำอะไรดี?


เมื่อปีก่อนน้ำท่วม น้ำใช้สกปรก เลยซื้อตุนสารส้มซะเยอะเลย ... สารส้มที่เหลือ ยังใช้ประโยชน์ได้อีกมากมาย


คุณสมบัติของสารส้ม

1. ไม่มีสีและกลิ่น เหมาะสำหรับผู้ชอบใช้น้ำหอมเพราะจะไม่มีกลิ่นไปรบกวนหรือหักล้างกลิ่นน้ำหอมที่ใช้
2. ไม่เปื้อนเสื้อผ้า เพราะไม่มีส่วนผสมของครีมและน้ำมัน
3. ปลอดภัยต่อร่างกาย คือไม่อุดตันรูขุมขน ไม่ซึมเข้าร่างกาย เพราะสารส้มทำให้เกิดประจุลบ จึงไม่สามารถผ่านผนังเซลล์ได้ ไม่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อมและไม่ทำลายโอโซน
4. ไม่เสื่อมสภาพ มีความคงทนต่อสภาพแวดล้อม จึงไม่เสื่อมสภาวะที่อุณหภูมิห้อง

ประโยชน์ของสารส้ม

1. ระงับกลิ่นตัว กวนสารส้มในน้ำ ใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดตัว จะดับกลิ่นตัวได้ สามารถระงับ กลิ่นได้ 100 % นานถึง 24 ช.ม และหน่วงการเกิดกลิ่นได้ไม่ต่ำกว่า 10 ช.ม
2. ใช้ห้ามเลือด   ป่นสารส้มให้ละเอียด หรือละลายน้ำ ใส่แผล จะรู้สึกแสบนิดหน่อย แต่ห้ามเลือดได้ชะงัดนัก
3. ชุบไส้ตะเกียง ทำให้ไม่มีควัน   กวนสารส้มในน้ำ ชุมไส้ตะเกียงแล้วนำไปตากแดดให้แห้ง เมื่อนำไปจุด จะไม่มีควัน
4. ดับกลิ่นคาว  กวนสารส้มในน้ำ ใช้ล้างปลา หรือ กระเพาะหมู
5. รักษาถั่วงอก  กวนสารส้มในน้ำ นำถั่วงอกลงแช่ จะเก็บถั่วงอกไว้ได้นานและกรอบด้วย
6. ทำให้น้ำใส  นำสารส้มกวนน้ำ น้ำขุ่นจะใส
7. ทำให้อาเจียน  ตำสารส้มขนาดปลายนิ้วก้อย ละลายน้ำ แล้วดื่มถอนพิษ เช่น กินยาผิด  กินเห็ดเมา หรือ กิน กรดหรือด่าง เข้าไป
8. กันบูด ใช้สารส้มปนแป้งเปียก กันบูดได้
9. ใช้ในอุตสาหกรรมกระดาษ ย้อมสีผ้า ทำให้สีติดเส้นใยได้ดีขึ้น
10. ทำให้อาหารกรอบ นิยมใช้กับการดองผักเพื่อให้ผักดองมีความกรอบ
11. ช่วยให้พริกขี้หนูดูสดใส เก็บไว้ได้หลายวัน โดยการนำพริกขี้หนูแช่ในน้ำสารส้มสักพัก แล้วนำมาผึ่งไว้ ก่อนทานก็ควรล้างพริกเสียก่อน
12. ช่วยให้ข้าวเหนียวมีเมล็ดสวย โดยใช้สารส้มแกว่งในน้ำแช่ข้าวเหนียว แล้วแช่ไว้สักครู่ เปลี่ยนน้ำแช่ใหม่ เวลานึ่งแล้วข้าวจะมีเมล็ดสวย
13. ใช้ทาหลังโกนหนวดจะไม่ทำให้เกิดการระคายเคือง ช่วยห้ามเลือดและสมานบาดแผลที่เกิดจากมีดโกนบาด หรือ บาดแผลเล็กน้อย
14. ใช้ทาส้นเท้าจะรักษาและป้องกันส้นเท้าแตก
15. ทาแก้คันตามผิวหนังเมื่อถูกยุงกัดหรือคันจากสาเหตุอื่น




วันเสาร์ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2555

น้ำยาเช็ดกระจก อย่างง่าย

สารที่ใช้

1. สบู่ซักผ้าธรรมดา หรือสบู่แข็ง
2. กลีเซอรีน

วิธีทำ

1. เฉือนสบู่ ให้เป็นชิ้นบางๆ เล็กๆ วางไว้ในภาชนะ
2. เทกลีเซอรีนลงไปพอให้ท่วมสบู่ ทิ้งไว้จนสบู่ละลาย หรืออาจจะใช้ความร้อนช่วยบ้างก้ได้
3. เมื่อสบู่ละลายหมดแล้ว คนให้เข้ากัน ยกลงจากไฟ ทิ้งไว้ให้เย็นก็ใช้ได้

ประโยชน์

ใช้เป็นน้ำยาทำความสะอาดแว่นตา  หน้ากระจกรถยนต์ กระจกหน้าร้าน ป้องกันไอหมอก  โดยชะโลมน้ำยานี้กับกระจก ก็สามารถป้องกัน หรือทำให้กระจกสะอาดได้ โดยไม่ต้องเช็ดบ่อยๆ

วันศุกร์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

น้ำยาฆ่ามด

อยากจะฆ่ามด แต่ไม่อยากใช้สารเคมีแรงๆ ที่ขายกันตามท้องตลาด เพราะกลัวเป็นอันตรายต่อตัวเราเอง   มีวิธีทำยาฆ่ามดเองได้ง่ายๆ ไม่เป็นอันตรายต่อคุณและคนที่คุณรัก

สารที่ใช้

1. ผงซักฟอก  1 ส่วน
2. น้ำ  1 ส่วน
3. ยาสีฟันอย่างหลอด  1 ส่วน

วิธีทำ

1. ผสมสารทั้งสามชนิดเข้าด้วยกัน เขย่าจนเห็นว่ารวมกันดีแล้ว ก็จะได้น้ำยาฆ่ามดชนิดดี
2. บรรจุลงในขวด แล้วนำไปฉีดที่มด มดก็จะตายทันที

วันอาทิตย์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

น้ำหอมกันยุง


สารที่ใช้

1. กลีเซอรีน  5 ส่วน
2. เมทธิลแอลกอฮอล์ (CH3OH)  5 ส่วน
3. น้ำมันยูคาลิปตัส  3 ส่วน

วิธีทำ

1. นำส่วนผสมทั้งสามชนิดรวมกันในภาชนะที่สะอาด กวนให้รวมเป็นเนื้อเดียวกัน
2. ใส่ขวดที่มีฝาปิดมิดชิดกันระเหย เมื่อจะใช้ก็นำมาทาตามแขนขา ภายนอกร่มผ้า ป้องกันยุงและแมลงได้เป็นอย่างดี

วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

การทำความสะอาดเครื่องเงิน

สารที่ใช้

1. เกลือป่น
2. ผงซักฟอก

วิธีทำ

1. นำเครื่องเงินที่ต้องการขัดให้ขึ้นเงา ใส่ในถัง เติมน้ำจนท่วม แล้วเติมเกลือป่นลงไป ในปริมาณพอๆ กับผงซักฟอก
2. ยกขึ้นตั้งไฟ ต้มทิ้งไว้จนน้ำเดือด เกลือป่นและผงซักฟอกละลายหมดแล้ว จึงยกลงจากเตา
3. ใช้ผ้านิ่มๆ เช็ดเครื่องเงิน ที่ต้มทีหนึ่งก่อน แล้วจึงล้างให้สะอาด
4. ใช้ผ้าเช็ดให้แห้ง ก็จะได้เครื่องเงิน ที่เป็นเงาวาววับเหมือนของใหม่

หมายเหตุ

การขัดเครื่องเงินตามตำราต่างประเทศนั้น ให้ใช้ โซเดียมไปคาร์บอเนต (โซดาปิ้งขนม) กับเกลือป่น อย่างละเท่าๆ กัน ละลายในน้ำ ต้มเครื่องเงิน  ก็จะได้เครื่องเงินแวววาวเหมือนใหม่ได้เช่นกัน

วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

ส้วมเหม็น วิธีดับกลิ่นที่ได้ผล

สารที่ใช้

1. ด่างทับทิม  20 กรัม
2. กรดกำมะถัน  30 ซี.ซี.
3. น้ำ  1500 ซี.ซี.

วิธีทำ

1. นำด่างทับทิมละลายในน้ำ แล้วเติมกรดกำมะถันลงไป
2. กวนด้วยแท่งแก้วให้เข้ากัน ก็จะได้น้ำยาใช้ดับกลิ่นส้วมชนิดเยี่ยม
3. เก็บน้ำยาไว้ในขวดที่ไม่ใช่โลหะ เมื่อจะใช้ จึงแบ่งออกจากขวด เทราดส้วม กลิ่นเหม็นของส้วม ก็จะถูกขจัดไปสิ้น

วันเสาร์ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

การทำแชมพูใช้เอง


สารที่ใช้

1. ผงสบู่อ่อน  4 ส่วน
2. ผงสบู่แข็ง  2 ส่วน
3. เถ้าไข่มุก (pearl ash)   1 ส่วน

วิธีทำ

1. ถ้าต้องการแชมพูชนิดน้ำ ให้เติมแอลกอฮอล์ 90 เปอร์เซ็นต์ ลงไปละลายในสารทั้งสาม จะได้สารละลายขุ่น
2. ถ้าต้องการให้ใส ให้เติมน้ำกลั่นลงไปด้วย กวนให้เข้ากัน ความขุ่นจะหายไป
3. ถ้าต้องการแชมพูอย่างผง ก็นำสารทั้งสาม มาบด แล้วผสมให้เป็นเนื้อเดียวกัน

หมายเหตุ

แชมพูที่ทำนี้ จะไม่มีกลิ่นหอม ถ้าต้องการกลิ่นหอม ให้เติมน้ำหอมลงไปด้วย ชอบกลิ่นอะไน ก็ใช้หัวน้ำหอมกลิ่นนั้น เติมลงไปเล็กน้อย  ถ้าชอบกลิ่นจัดก็เติมมาก ถ้าชอบกลิ่นอ่อนๆ ก็เติมลงไปเล็กน้อย

ผงสบูและเถ้าไข่มุก ซื้อได้ตามร้านขายหัวน้ำหอม หรือร้านขายวัสดุอุปกรณ์ ในการทำเครื่องสำอางค์ทั่วไป  ภ้าเถ้าไข่มุก ไม่มีขาย จะหาซื้อได้ตามร้านเภสัชภัณฑ์

วันจันทร์ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

การแช่เย็นโดยไม่ต้องใช้น้ำแข็ง

อุปกรณ์

1. กระป๋องเปิดฝาขนาดใหญ่พอสมควร 1 กระป๋อง
2. ผ้าขนหนู  1 ผืน
3. ไฮโปที่ใช้สำหรับล้างรูป  1 ปอนด์
4. น้ำ  1 เหยือก
5. ยางรัดของ  4 วง

วิธีทำ

1. ใช้ผ้าขนหนูพันไว้รอบกระป๋อง
2. เอาน้ำใส่กระป๋องอย่างให้เต็ม
3. เทไฮโปลงไป คนเร็วๆ เพื่อให้ไฮโปละลาย
4. แช่ขวดน้ำหรือน้ำหวานลงในกระป๋อง เพียงครู่เดียว ขวดน้ำหวานก็จะเย็นเหมือนกับแช่น้ำแข็ง

หมายเหตุ

เมื่อเลิกใช้แล้ว น้ำที่ผสมไฮโป ยังสามารถนำไปล้างรูปได้อีกด้วย

วันพฤหัสบดีที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

การซักผ้าที่ดี


การซักผ้าเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับทุกบ้าน ส่วนมากเราจะซักผ้า โดยที่ไม่ได้คำนึงถุงประโยชน์ หรือ โทษ ที่ได้ภายหลังจากการซัก โดยเฉพาะผ้าสี

ถ้าไม่มีวิธีซักที่ดีแล้ว สีของผ้าจะซีดลง และเก่าเร็ว วิธีซักผ้าที่ดี ควรทำดังนี้

การซักผ้าสี

1. ก่อนจะแช่ผ้าในน้ำสบู่หรือผงซักฟอก ให้แช่ผ้าในน้ำเกลือ ประมาณ 1 ชั่วโมง จะทำให้ผ้าสีสดขึ้น และสีตกน้อยลง
2. เมื่อแช่ผ้าไว้ 1 ชั่วโมงแล้ว จึงค่อยนำผ้าไปซักตามปกติ (ไม่ต้องต้ม)
3. ควรตากผ้าสี ในที่ร่ม มีลมโกรก หรือที่ที่มีแดดรำไร

การซักผ้าเปื้อนหมึก

1. ก่อนจะซักผ้า ให้เอาเกลือป่น โรยตรงรอยเปื้อน แล้วบีบน้ำมะนาวลงไปให้ชุ่ม (หรือจะใช้ มัสตาด ทาตรงรอยเปื้อน ก็ได้เข่นกัน)
2. นำไปผึ่งแดดไว้ครึ่งวัน แล้วจึงนำไปซักตามวิธีซักผ้าทั่วไป




วันพุธที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2555

การลอกภาพจากหนังสือพิมพ์


วิธีที่ 1
สารที่ใช้

1.  น้ำมันทินเนอร์

วิธีทำ

1. ใช้แปรงจุ่มน้ำมันทินเนอร์ นำไปทาภาพที่ต้องการจะลอก ให้ชื้อพอหมาดๆ จนทั่วภาพ
2. คว่ำภาพลงบนกระดาษขาว
3. กดภาพให้ติดกับกระดาษโดยใช้ลูกกลิ้ง กลิ้งไปมาสัก 2-3 เที่ยว ภาพก็จะติดบนกระดาษ

หมายเหตุ

ภาพที่ลอกออกมา จะชัดเจนมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับ

1. น้ำมันทินเนอร์ ต้องใช้ให้พอดี เพราะสีที่ลอกมา จะมาปนกันได้
2. ภาพที่จะลอก ควรเลือกจากหนังสือพิมพ์ ที่ใช้กระดาษชนิดที่ใช้พิมพ์ชัยพฤกษ์วิทยาศาสตร์ (กระดาษบรู๊ฟ)
3. ความชำนาญในการลอกภาพ

ประโยชน์ที่ใช้

สำหรับลอกภาพ เพื่อทำบัตรอวยพร ส.ค.ส. หรืองานสร้างสรรค์ต่างๆ

วิธีที่ 2

สารที่ใช้

1. สบู่เหลว (สบูธรรมดา)  60 กรัม
2. โปตัสเซี่ยมคาร์บอเนต  12 กรัม
3. น้ำกลั่น  570 กรัม

วิธีทำ

1. นำสบู่เหลว กับโปตัสเซี่ยมคาร์บอเนต ผสมกับน้ำ คนเข้าด้วยกัน จนเป็นสารละลายเนื้อเดียวกัน
2. นำสารละลายที่ได้นี้ ไปทาภาพที่ต้องการจะลอกให้ชื้นจนทั่วภาพ
3. คว่ำภาพลงบนกระดาษขาว ใช้ลูกกลิ้งกลิ้งทับ ภาพก็จะติดอยู่บนกระดาษขาว

วันจันทร์ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2555

กาวสำหรับติดโลหะกับกระจก

สารที่ใช้

1. ยางสน  450 กรัม
2. รงแดง  60 กรัม
3.ปูนปลาสเตอร์  45 กรัม
4. ขี้ผึ้ง  3 กรัม

วิธีทำ

1. ผสมสารทั้ง 4 ชนิด รวมกันแห้งๆ เก็บไว้ในกระป๋องหรือขวดที่ปิดจุกอย่างแน่นหนา ไม่ให้อากาศเข้าไปได้
2. เวลาจะใช้งาน ให้ตักส่วนผสมออกมา แล้วเติมน้ำลงไปให้ส่วนผสมข้นๆ  ใช้ทาด้านหลังโลหะ แล้วนำไปติดที่กระจก
3. ทิ้งไว้ให้แห้ง กาวจะแข็งตัวแล้วติดแน่น

วันเสาร์ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2555

กาวประสานถ้วยชาม

สารที่ใช้

1. ไข่ขาว  1 ฟอง
2. ปูนปลาสเตอร์ ปริมาณพอสมควร

วิธีทำ

1. ผสมไข่ขาวกับปูนปลาสเตอร์ให้เข้ากัน แล้วใช้ประสานจานชามกระเบื้อง เครื่องใช้กระเบื้องได้ดี

หมายเหตุ

หากจะใช้กาวประสานแก้ว ให้ใช้ยางสน ผสมปูนปลาสเตอร์แทนไข่ขาว โดยใช้ยางสนมากกว่าปูนปลาสเตอร์ 4 เท่า โดยน้ำหนัก


วันพุธที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2555

กาวประสานวัตถุ

สารที่ใช้

1. กาวแท่ง (แผ่น)  3 ส่วน
2. น้ำ  8 ส่วน
3. กรดเกลือ  1/2 ส่วน
4. กรดกำมะถัน  3/4 ส่วน

วิธีทำ

1. ผสมกาวกับน้ำ แล้วตั้งไฟอ่อนๆ กวนจนละลายดีแล้วเติมกรดเกลือ และ กรดกำมะถันลงไป
2. กวนให้เป็นเนื้อเดียวกัน แล้วยกลงจากเตา บรรจุลงขวด

หมายเหตุ

ใช้กาวนี้สำหรับติดไม้ กระจก หรือถ้วยชามได้เป็นอย่างดี

วันอาทิตย์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2555

กาวพลาสติก


สารที่ใช้

1. ทินเนอร์ (ที่ใช้ผสมสีให้จาง) หาซื้อได้จากร้านขายวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้าง
2. พลาสติกใสอย่างแข็ง  หาได้จากกล่องขนมเก่าๆ ขวดยาพลาสติกเก่าๆ
3. ขวดแก้วปากกว้าง มีฝาโลหะปิดสนิท เช่น ขวดใส่แยม

วิธีทำ

1. นำพลาสติกล้างให้สะอาด ตากให้แห้ง แล้วหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ใส่ลงในขวดแก้ว
2. เติมทินเนอร์ลงไปแช่พลาสติกจนท่วมพลาสติก ปิดฝาให้แน่น ปล่วยทิ้งไว้ประมาณ 1 คืน พลาสติกจะละลายเป็นเนื้อเดียวกับทินเนอร์
3. ถ้ากาวข้นไป ให้เติมทินเนอร์เพิ่มเข้าไป แต่ถ้ากาวเหลวไป ให้เติมพลาสติกลงไปอีก ก็จะได้กาวพลาสติกที่ต้องการ

หมายเหตุ

กาวพลาสติกใช้สำหรับติดไม้ หรือติดพลาสติก เช่น ใช้ในการอัดกรอบพระ เป็นต้น

วันศุกร์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2555

วิธีฉาบปูนให้สวย


วัสดุที่ใช้

1. เกลือป่น  1  ส่วน
2. ปูนซีเมนต์หรือปูนขาว  3 ส่วน

วิธีทำ

1. เมื่อผสมปูนซีเมนต์ หรือปูนขาว กับน้ำ ในการก่อสร้างหรือฉาบกำแพงใดๆ ก็ตาม ให้ใส่เกลือป่นลงไปผสมด้วย ประมาณ 1 ใน 3 ของปูนซีเมนต์ที่ใช้ผสมนั้นๆ   ปูนที่มีเกลือผสมอยู่ด้วย จะแห้งช้ากว่าปูนที่ไม่ผสม จึงทำให้ปูนนี้ ฉาบกำแพงได้ง่ายและสวย


วันพฤหัสบดีที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2555

วิธีไล่ยุงที่ได้ผล


สารที่ใช้

1. การบูร
2. หลอดไฟฟ้า
3. ด้าย

วิธีไล่

1. นำการบูรผูกกับด้าย แล้วนำไปแขวนติดไว้กับหลอดไฟฟ้า  ให้การบูรอยู่ใกล้ๆ กับหลอดไฟ จะสามารถกันยุง ไม่ให้มารบกวน หรือกัด เราได้