แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เคล็ดคู่ครัว แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เคล็ดคู่ครัว แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2558

รู้ไว้ใช่ว่าใส่บ่าแบกหาม

มดกลัวเปรี้ยว..
หั่นมะนาวบีบใส่รูหรือรัง แค่นี้มันก็จะหายไปจากบ้าน เพราะมดเกลีดยกรดซิตริกมากๆ ถ้ามีมะนาวน้อยก็นำมะนาวผสมน้ำ แล้วฉีดเข้าไปที่รัง

ยุงกลัวเผ็ด..
นำกระเทียมมาทุบให้มีน้ำกระเทียมออกมาแล้วนำไปใส่ในภาชนะ..วางไว้เหนือลม..ทีนี้ก็จะไม่มียุงเลยซักตัว..แถมกำจัดแมลงวันได้อีกด้วย

แมลงสาบต้องเจอสบู่..
นำสบู่มาตัดเป็นชิ้นๆ ใส่ภาชนะแล้วพรมน้ำเบาๆ แล้วนำไปวางไว้ในที่มีแมลงสาบ หรือนำสบู่ผสมกับน้ำแล้วฉีดใส่มัน..มันก็จะตาย เพราะสบู่ไปปิดรูหายใจ (อยู่ที่ก้น) ทำให้ตาย

วันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

100 เคล็ดลับ ที่คุณไม่เคยรู้ ตอนที่ 1

1. โรงรถมีกลิ่นอับมาก จะขจัดกลิ่นออกได้โดยโรยหญ้าที่เพิ่งตัดมาใหม่ ๆ ลงบนพื้น โรงรถ แล้วปล่อยทิ้งไว้สักระยะหนึ่ง ต้นหญ้าจะดูดเอากลิ่นอับในโรงรถออกไปจนหมด

2. ถ้าต้องการอบผ้า 2-3 ชิ้นให้แห้งเร็วขึ้นทำได้โดยหา ผ้าขนหนู สะอาด ๆ ใส่ลงไปในเครื่องด้วยเพราะผ้าขนหนูจะไปช่วย ดูดซับ ความชื้น ทำให้ผ้าแห้งเร็วขึ้นอีก

3. วิธีทำให้ กรอบกระจกเงา หรือ กรอบกระจก รูปภาพ มองดูใหม่เสมอ ทำได้โดยการใช้ผ้าชุบ น้ำมันสน แล้วทาบริเวณกรอบไม้ รอจนแห้งสนิท กรอบจะมองดูใหม่ทันที

4. วิธีล้างคราบสกปรกที่ แก้วเจียระไน ทำง่าย ๆ คือหา เปลือกฝรั่ง ใส่ลงไปในแก้วเจียระไน แช่ทิ้งไว้สัก 2-3 ชั่วโมง แล้วล้างด้วยน้ำสะอาด เพียงเท่านี้แก้วจะดูใสสะอาด

5. วิธีทำความสะอาด เครื่องเคลือบ ที่ทำด้วย ทองเหลือง มีวิธีการทำง่ายๆ คือนำเอา หัวหอม มาต้มในน้ำเดือด แล้วนำมาขัดลงบนเครื่องเคลือบเพียงเท่านี้ เครื่องเคลือบ จะมองดู ใหม่สะอาดหมดจดทีเดียว

6. วิธีการขจัด คราบไขมัน ที่ติดรอบท่อ อ่างล้างจาน ซึ่งถ้าปล่อยไว้นาน ๆ จะเป็นเหตุให้ ท่ออุดตัน ได้ มีวิธีทำคือ นำ เกลือแกง ใส่ลงไปในท่อ 2-3 ช้อน จากนั้นนำ เบกกิ้งโซดา หรือ ผงฟู ต้มน้ำให้เดือดแล้วเทลงไป ไขมัน ที่ อุดตัน ก็จะหลุดออกไปหมด

7. วิธีขจัดพวก มด แมลง มาขึ้นถังขยะทำได้ง่ายๆ โดยหยด แอมโมเนีย ลงข้างๆ ถังขยะ สักเล็กน้อย กลิ่น แอมโมเนีย จะทำให้ มด แมลง ไม่กล้าเข้ามาใกล้ถังขยะอีก

8. การรักษา เครื่องมือทำสวน ที่เป็นโลหะไม่ให้ ผุกร่อน ได้ง่ายมี วิธีการรักษา โดยใช้ วาสลิน ทาผิวของโลหะทุกครั้งเมื่อใช้เสร็จแล้ว และนำมาทำความสะอาดอีกครั้ง

9. การใช้ เตาแก๊ส แบบประหยัด ทำได้โดยปรับ เปลวไฟ ให้เป็น สีน้ำเงิน เสมอ และไม่ควรเปิดไฟ แก๊ส ให้สูงกว่าก้นหม้อด้วยจะทำให้หม้อร้อนช้า ควรปรับระดับให้พอดีกับก้นหม้อ

10. วิธีดับกลิ่นเหม็น ใน ถังขยะ ไม่ว่าจะเป็นหน้าบ้านหรือในบ้านให้หมดกลิ่นได้ทำได้โดยใส่ เปลือกมะนาว หรือเปลือกส้ม เขียวหวาน ส้มโอ ก็ได้ใส่ลงไปใน ถังขยะ กลิ่นส้ม จะไปลด กลิ่น ลงทำให้มีกลิ่นน้อยลง

11. การขัด รอยแมลงวัน บนกระจกมีเคล็บลัดคือ ใช้ผง กาแฟคั่ว หนึ่งช้อนผสมกับ น้ำมันก๊าด หนึ่งลิตร และใช้เศษผ้าชุบเช็ด กระจก รอยแมลงวัน ก็จะหมดไป

12. หากต้องการ ทาสีห้องใหม่ แต่กลัวว่าห้องจะมีแต่กลิ่นเหม็นของสี อยู่หลายวันมี วิธีขจัดกลิ่นเหม็น ของ สี คือก่อนจะ ทาสี ให้ผสมน้ำ วานิลลา 1 ช้อนชา ต่อสี 1 แกลลอน คนให้เข้ากันแล้ว จึงนำไปทาห้อง สีที่ทาใหม่จะไม่มีกลิ่นเหม็น เป็นเด็ดขาด

13. วิธีการป้องกัน ไม่ให้ถุงในเครื่องดูดฝุ่น โดนแมลงกัดเป็นรูคือ นำ การบูร หรือ ลูกเหม็น ใส่เข้าไปใน ถุงดูดฝุ่น สัก 1 ก้อน นอกจากป้องกัน แมลง แล้วยังป้องกัน กลิ่นอับ อีกด้วย

14. แก้ปัญหา ยุง ไปไข่ทิ้งไว้ในแท็งก์น้ำ ทำให้มี ลูกน้ำ ว่ายวนอยู่ในแท็งมีวิธีทำคือ นำ อิฐแดง ๆ ที่ใช้ในการก่อสร้างมาเผาไฟให้ร้อน ๆ แล้วเอาใส่ลงไปในแท็งก์น้ำทันที เพียงเท่านี้ยุงจะไม่กล้าเข้าไปไข่ทิ้งไว้อีกเลย

15. วิธีกำจัด ต้นหญ้า ที่ขึ้นไม่ถูกที่ ทำได้โดยใช้ เกลือ โรยตรงส่วนที่ต้นหญ้าขึ้น เหตุเพราะเกลือจะไปทำให้ดินตรงที่ต้นหญ้าขึ้นอยู่เค็มจึงทำให้ต้นหญ้าตายในที่สุด

16. น้ำประปา ที่มี กลิ่น คลอรีน แรงมากมี วิธีกำจัดกลิ่น ให้หมดไปโดยฝานมะนาวบางๆ ลงไปในน้ำ มะนาวจะช่วยดูดกลิ่น คลอรีน ให้หมดไป และทำให้น้ำดื่มได้อีกด้วย

17. ขอบยางประตูตู้เย็น มี รา ขึ้น จะมีวิธีลบราออกได้โดยใช้ผ้าชุบ น้ำส้มสายชู แล้วนำ ไปถูตรง ขอบยางประตู ตู้เย็น ที่เป็นรา ราก็ออกไปได้โดยง่ายดาย

18. ขจัดปัญหา หมา แมว ฉี่และอุจจาระไม่เลือกที่ทำได้โดยการโรย พริกไทยป่น ลงไป บนที่มันเคย ฉี่ หรือ อุจจาระ ไว้ เพียงเท่านี้หมา แมวก็จะดมกลิ่นหาที่ที่มันเคยฉี่และ อุจจาระไม่เจอ เหตุเพราะ พริกไทย ป่นจะไปดับกลิ่นหมด ทางที่ดีควรสอนให้มันฉี่และอุจจาระ ในห้องน้ำ หรือบนกระดาษที่เราควรจะวางไว้ให้จนเคยชิน

19. การรักษา ไม้กวาดดอกหญ้า ที่ซื้อมาใหม่ให้ใช้ไปได้นาน ๆ ทำได้โดยการจุ่ม ไม้กวาด ดอกหญ้า ใน น้ำเกลือ ร้อนๆ ขนของไม้กวาดจะเกาะตัวกันเวลาใช้จะทนทานไม่ขาดง่าย

20. ตะปู ที่ตอกไว้ข้างฝาคอนกรีตสำหรับแขวนรูปหลวม มีวิธีแก้ไขง่ายๆ คือ ใช้ สำลี พันตะปูชุบ กาว และตอกเข้าไปใหม่ กาวที่สำลีจะยึดติดกันแน

21. วิธีการขจัด กลิ่นเหม็นสาป ที่ติดอยู่ในกระติกน้ำแข็งทำได้โดยนำ เบกกิ้งโซดา มาผสม กับ น้ำร้อน และนำมาล้างถูกระติกน้ำให้ทั่ว แล้วล้างน้ำอีกครั้ง กลิ่นสาป ก็จะหายไป

22. วิธีการเก็บ สายยาง ที่ยาว ไว้โดยไม่เปลืองเนื้อที่ ทำได้โดยม้วนสอดเข้าไปใน ยางรถยนต์ อันที่ไม่ใช้แล้ว เพียงเท่านี้ก็จะทำให้ดูเป็นระเบียบเรียบร้อย

23. ขจัดปัญหา กลิ่นส้วม เหม็นคละคลุ้งไปทั่วบ้านคือใช้น้ำมันก๊าด ประมาณ 1 ขวดใหญ่ มาเทราดลงไปในคอห่านแล้วเทน้ำตามลงไปเพื่อขจัดกลิ่นน้ำมันก๊าดให้หมด

24. วิธีป้องกันหมาแมวตัวโปรดมากัดแทะ เฟอร์นิเจอร์ ในบ้านคือใช้ น้ำมันยูคาลิปตัส หรือน้ำมันที่มีกลิ่นฉุนทาที่เฟอร์นิเจอร์ กลิ่นฉุนนั้นจะทำให้มันไม่กล้าเข้ามากัดแทะอีก

25. วิธีขจัดรอยเปื้อน ด่างดำบนเครื่องใช้ที่เป็นหนังคือ หยด น้ำมันสลัด สัก 2-3 หยด ในน้ำสบู่ แล้วใช้แปรงจุ่มน้ำที่ผสมไว้มาถู จากนั้นจึงซักในน้ำ สบู่ ธรรมดาอีกครั้ง แล้วล้างด้วยน้ำเย็น ต่อด้วยเช็ดให้แห้งผึ่งลมไว้

26. วิธีการดึง สติกเกอร์ ที่ติดอยู่บนฝาห้องออกโดยไม่ทิ้ง คราบกาว ไว้ที่ฝาทำได้โดยใช้ น้ำมันพืช มาทาบน รูปสติกเกอร์ แล้วจึงค่อยๆ ดึงออกมา

27. การใช้ เครื่องซักผ้า แบบประหยัดที่สุดคือในการ ซักผ้า แต่ละครั้งควรจะซักผ้าในปริมาณที่มากที่สุด

28. การทำให้ ตู้เสื้อผ้า ของคุณหอมได้โดยที่ไม่ต้องเปลืองเงินซื้อมาใส่ เพียงแต่คุณใช้เศษสบู่ที่จะทิ้งแล้วไปวางไว้ในมุมใดมุมหนึ่งของ ตู้ กลิ่นสบู่นั้นก็จะหอมไปทั่วตู้เลย

29. วิธีทำความสะอาด ภาชนะอลูมิเนียม ให้ใสสะอาดเหมือนใหม่คือนำเอา เปลือกแอปเปิ้ล ต้ม 2-3 นาที แล้วใช้น้ำ ขัด ถู ภาชนะ อะลูมิเนียม ก็จะดูเงาวามเหมือนใหม่

30. วิธีการใช้ เตาอบ ให้ใหม่อยู่เสมอคือ หลังจากใช้เตาอบแล้วควรเช็ดทำความสะอาดทุกครั้ง และทำใน ขณะที่เตายังอุ่น ๆ อยู่ เพราะจะเช็ดได้ง่ายกว่าในขณะที่เย็นแล้ว

31. วิธีขจัดรอยคราบ เหนียวบนผนังตู้เย็นคือ ใช้ น้ำมันพืช เทลงบนกระดาษเช็ดมือ แล้ว ถูจนสะอาด ทำสัก 2-3 ครั้ง น้ำมันพืชจะไม่ทำลายความเงาของตู้เย็นหรอก

32. วิธีขจัดกลิ่นเหม็น ของท่อระบายน้ำล้างจาน ให้หอมสดชื่นได้คือเท เบกกิ้งโซดา 1 ถ้วย ลงไปในท่อระบายน้ำทิ้งไว้ 5 นาที เทน้ำ ส้มสายชู ตามลงไปอีก 1 ถ้วย จะขจัด กลิ่นเหม็น ได้ดีจริงๆ

33. ในการใช้ยาขัดเฟอร์นิเจอร์ไม่ควรใช้ประเภท เช่น น้ำมัน ขี้ผึ้ง บ่อย ๆ เพราะอาจจะทำให้ผิวเฟอร์นิเจอร์เกิดความเสียหายได้ง่าย

34. ใน การทำความสะอาดเฟอร์นิเจอร์ ที่เป็น ผ้าฝ้าย ให้ใช้ แปรงทาสี ด้ามใหม่ปัดตาม ซอกมุมเฟอร์นิเจอร์ไปพร้อมกันกับการทำความสะอาดเฟอร์นิเจอร์ทุกครั้ง

35. การทำความสะอาด ในซอกเล็กซอกน้อยของโคมไฟ ให้ใช้ เครื่องเป่าผม เป่าลมไปตาม ที่มีฝุ่นละอองจับแล้วเช็ดถูทำความสะอาดด้วยผ้าชุบน้ำอีกครั้ง โคมไฟก็จะดูใหม่เสมอ

36. วิธีลบคราบดวงๆ ที่ติดบนเฟอร์นิเจอร์คือ ให้ใช้ จุกไม้ก๊อก ถู ถ้าไม่ออกให้ใช้นิ้วมือแตะ ยาสีฟัน ผสมขี้เถ้าบูหรี่ถูอีกครั้ง จากนั้นใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดรอยเปื้อนซ้ำอีกครั้ง

37. การทำความสะอาด พื้นกระเบื้องยาง คือ ใช้ แปรงสีฟัน ชุบ ยาสีฟัน แล้วนำไปขัดถูบริเวณรอยเปื้อนให้แรงๆ จะทำให้ รอยเปื้อน หลุดออกไปได้โดยง่าย

38. วิธีการตอกฝาผนัง ตะปู โดยไม่ให้งอคือ ให้ทาปลายตะปูด้วยน้ำส้มสายชูหรือน้ำมันพืช ก่อนที่จะนำมาตอกฝาผนังจะตอกได้คล่องและไม่งอจริงๆ

39. วิธีการทาสีกำแพง ให้ติดอยู่ได้ ทนนาน คือ ก่อนที่จะ ทาสี กำแพงให้ล้างกำแพงให้สะอาด ด้วย น้ำมันสน เพื่อขจัดคราบสกปรกและสีที่ทาจะติดทนนานไม่ร่อนออกง่าย

40. วิธีแก้ปัญหาเฟอร์นิเจอร์ไม้โป่ง ออกมาคือ ให้วางผ้าชื้น ๆ ลงบนรอยที่โป่ง ใช้ เตารีด ร้อน ๆ ทับบนผ้า จะทำให้คืนสู่สภาพเดิม

[adsense]

41. วิธีขจัดรอยขีดข่วน บน เฟอร์นิเจอร์ไม้ คือ ให้ใช้ผ้าแตะยาขัดรองเท้าที่สีเดียวกับไม้ แล้วถูตรงรอยแล้ว ใช้ผ้าขัดต่ออีกครั้ง รอยขีดข่วน ก็จะหายไป

42. วิธีการแก้ปัญหา เก้าอี้หวาย หย่อนคือ ถ้าอยากให้ตึงให้ล้างเก้าอี้หวายด้วย น้ำสบู่ ร้อนๆ แล้วล้างน้ำสบู่ออก นำออกตากแดดกลางแจ้งให้แห้ง หวาย ที่หย่อนจะตึงเหมือนเดิม

43. วิธีการทำความสะอาด พื้นบ้านไม้ให้เงางามอยู่เสมอคือ ให้ผสม น้ำส้มสายชู ครึ่งถ้วยต่อน้ำ 8 ลิตร จะช่วยขจัดเศษ ฝุ่นละออง และพื้นก็เป็นเงางามอีกด้วย

44. การรักษา เฟอร์นิเจอร์โลหะ ไม่ให้เป็น สนิม ได้ง่ายคือให้ เคลือบ โลหะ ด้วย ขี้ผึ้งขัดรถ เมื่อจำเป็นต้องเอาเฟอร์นิเจอร์โลหะไว้ตากน้ำค้าง จะได้ไม่ขึ้นสนิมได้ง่าย

45. วิธีการติดรูป โปสเตอร์บนกำแพงโดยไร้ร่องรอยเมื่อดึงภาพออกคือให้ใช้ ยาสีฟัน แทนกาวในณะที่ติดรูป เมื่อถึงเวลาดึงรูปออก ก็เพียงแค่ขัดยาสีฟันที่แห้งออกเท่านั้น ฝาผนังก็สะอาดแล้ว

46. ถ้าบังเอิญต้อง จัดงานเลี้ยง ที่มี ฟลอร์เต้นรำ แบบกะทันหัน ทำได้โดยโรย แป้งผง สำหรับ โรยตัวให้ทั่วก็จะแก้ขัดไปได้ด้วยดีทีเดียว

47. วิธีแก้ปัญหา หน้าต่าง ปิดและเปิดออกได้ยากคือ ให้เอา น้ำมันเครื่อง หยอดตรง รางอลูมิเนียม ให้ทั่วเพียงเท่านี้ก็จะทำให้เปิดและปิด ได้ง่ายขึ้นกว่าเก่า

48. วิธีป้องกันไม่ให้ มด ขึ้น ตู้กับข้าว คือ ใช้เศษผ้าหรือเชือกที่เป็นผ้าไปชุบน้ำมันเครื่อง แล้วบิดพอหมาด นำไปผูกไว้ที่ขาตู้กับข้าวทั้งสี่ขา มดก็จะไม่กล้าขึ้นแน่นอน

49. วิธีการไล่ยุง แบบง่าย ๆ คือ หา การบูร มาห่อด้วยผ้าแล้วมัดไว้กับหลอดไฟฟ้าที่อยู่ภายใน บ้าน ความร้อนของไฟฟ้าจะทำให้การบูร ระเหย ออกไป และกลิ่นของการบูรจะช่วย ป้องกันยุง ไม่ให้มารบกวน

50. วิธีการไล่หนู แบบง่ายๆ และประหยัดเงินคือ นำ ไม้ยี่โถ ไปตากแดดให้แห้ง แล้วนำไปบดเป็นผง เสร็จแล้วนำไปโรยตามซอกที่หนูชอบอยู่ เพียงเท่านี้หนูก็พากันขนย้ายครอบครัวหนีออกไปจากบ้านของคุณไปเลย

50 ก่อนนะครับติดตามต่อตอน 2 ครับ

วันอาทิตย์ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2558

เกล็ดเล็กๆ รู้ไว้ได้ประโยชนฺ

รู้ยัง
1. มด - ปราบด้วย เปลือกแตงกวา

2. กระจกใส - เช็ดด้วยสไปร์

3. หมากฝรั่ง ติดเสื้อ - เอาไป ใส่ช่องแข็ง 1 ชม. แกะออก

4. มะนาว - แช่น้ำร้อน 1 ชม. บีบได้น้ำเยอะ

5. หมึกเปื้อนเสื้อ - เอายาสีฟันทาตรงรอยเปื้อน ทิ้งไว้จนแห้ง แล้วซักน้ำ

6. ผมเป็นเงางาม - เอาน้ำส้มสายชูยีผม แล้ว ล้างน้ำ

7. ซักผ้าขาว -ใช้ lemon ผสมน้ำร้อนจะขาวจั้ว

8. ก่อนนอน ดื่มน้ำ 1 แก้ว ตื่นนอน ดื่มน้ำ 1 แก้ว รับรองไม่เป็นโรคหัวใจวาย 90 % ตายเพราะ ขาดน้ำ !

9.ดวงไฟหน้ารถหมองมัว ใช้ยาสีฟันคอลเกตขัดจะใส่เงา

10.ป้องกันมอดขึ้นในถังข้าว ใชช้อน/ซ่อม แสตนเลส ใส่ไว้ในถังข้าว มอดจะไม่มารบกวนอีกเลยครับ

วันพุธที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

วิธีล้าง..องุ่น


1. เด็ดผลองุ่นออกจากพวง เพื่อจะได้ง่ายในการล้าง
2. ใส่ภาชนะ
3. บีบยาสีฟัน (อะไรก็ได้) พอสมควร แล้วขยี้ให้ทั่วมือ
4. ใส่น้ำพอสมควร แล้วลงมือล้าง
5. ล้างด้วยน้ำเปล่าแล้ว ทิ้งให้สะเด็ดน้ำ
6. จะเห็นองุ่นใสปิ๊ง ดูดี กินได้สบายใจ ขึ้นมาเลยค่ะ

(เพจ..กระจกสุขภาพ แก้วกะเดียว..)

วันศุกร์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2556

เตาไมโครเวฟ ความรู้คู่บ้าน


เรียนรู้วิธีใช้เตาไมโครเวฟ ใช้เตาไมดครเวฟอย่างถูกวิธี หลีกหนีอันตรายจากเตาไมดครเวฟ

เตาอบไมโครเวฟ เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการปรุงและอุ่นอาหารในยุคเร่งรีบ แม้เราจะใช้กันอยู่ทุกวัน แต่ก็มีคนจำนวนไม่น้อยที่ใช้ไปท่ามกลางความกังขาของตัวเองว่า มันปลอดภัยหรือไม่

คลื่นไมโครเวฟที่ใช้ในการปรุงอาหาร คือคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า อาศัยหลักการที่ว่า เมื่อคลื่นตกกระทบอาหาร ก็จะถ่ายทอดพลังงานของมันให้โมเลกุลของน้ำในอาหาร โมเลกุลเหล่านั้นจะเคลื่อนที่จนเกิดเป็นความร้อนขึ้น ทำให้อาหารสุกอย่างรวดเร็ว เพราะเกิดความร้อนจากภายในอาหารพร้อมกันเกือบทุกส่วน

คลื่นไมโครเวฟตกค้างในอาหารได้หรือไม่? 

คลื่นไมโครเวฟที่ออกมาไม่ได้แตกตัวเป็นอนุภาค ไม่มีผลให้โมเลกุลของสารเปลี่ยน เมื่อคลื่นถ่ายทอดพลังงานให้กับอาหารจนหมดแล้ว ก็จะสลายหายไป ไม่ตกค้างในอาหาร

คลื่นไมโครเวฟทำลายคุณค่าทางอาหารหรือไม่?

มีข้อมูลอ้างว่าการทำอาหารด้วยไมโครเวฟ จะสูญเสียคุณค่าทางอาหารมากกว่าการทำอาหารแบบทั่วๆ ไป นอกจากนั้นยังอ้างว่าคลื่นไมโครเวฟก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางเคมีของอาหาร อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีหลักฐานยืนยันใดๆ อย่างชัดเจนว่า คลื่นไมโครเวฟทำลายคุณค่าของอาหาร

คลื่นไมโครเวฟรั่วไหลออกมาทำอันตรายกับผู้ใช้ได้หรือไม่?

หากสังเกตที่ประตูของเตาไมโครเวฟ จะมองเห็นเหมือนมีตาข่ายกั้นอยู่ ภายในเตาไมโครเวฟจะถูกล้อมไว้ด้วยตาข่ายนี้ ศัพท์แสงทางวิทยาศาสตร์เรียกว่า ลูกกรงฟาราเดย์ มีไว้เพื่อป้องกันไม่ให้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าหลุดลอดออกมาภายนอกได้ เนื่องจากช่องของตาข่ายลูกกรงนี้เล็กกว่าความยาวคลื่นไมโครเวฟ คลื่นจึงไม่สามารถลอดผ่านออกมา และไม่สามารถเจาะทะลุทะลวงผ่านผนังตู้และฝาตู้ออกมาได้

แสงจากเตาไมโครเวฟเป็นอันตรายต่อตาหรือไม่? 

แสงที่เห็นขณะที่เตาไมโครเวฟกำลังทำงาน ไม่ใช่แสงของคลื่นไมโครเวฟ แต่เป็นแสงไฟฟ้าที่ติดไว้ในตู้ให้เรามองเห็นอาหารเท่านั้นเอง เราสามารถมองดูแสงนั้นได้ แต่ก็ไม่ควรเอาตาไปแนบตู้ขณะที่เครื่องกำลังทำงาน

เตาอบไมโครเวฟที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน ได้รับเครื่องหมาย มอก. จากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม จะมีความปลอดภัยสูง มีโอกาสน้อยมากที่จะมีคลื่นรั่วออกมา หรือหากมีก็จะไม่เกินจากระดับมาตรฐานที่ มอก. กำหนด โดยวัดระยะ 5 เซนติเมตรจากผิวเตา รั่วได้ไม่เกิน 5 มิลลิวัตต์ต่อตารางเซนติเมตร ซึ่งถือว่าต่ำกว่าระดับที่เป็นอันตรายต่อมนุษย์อยู่มาก

อันตรายที่เกิดจากคลื่นไมโครเวฟรั่วออกมา มักเกิดจากเตาที่เก่ามากๆ ผุเป็นสนิม วัสดุเคลือบลอก บานพับประตูชำรุด ประตูปิดไม่สนิท กระจกแตกหรือร้าว อายุการใช้งานของเตาไมโครเวฟ อยู่ที่ประมาณ 3-5 ปี (ระยะเวลาขึ้นอยู่กับสภาพการใช้งาน ควรตรวจสอบสภาพเตาไมโครเวฟด้วย เพราะหากสภาพเตาไม่ดี อาจมีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ารั่วออกมา และหากคลื่นนั้นมีความเข้มข้น ก็อาจเป็นอันตรายต่อร่างกายเราได้)

ข้อควรระวังในการใช้เตาไมโครเวฟที่คนส่วนใหญ่มักมองข้าม 

1. อย่ายืนอยู่ใกล้ หรือแนบหน้าดูอาหารในเตาว่าเป็นอย่างไรบ้าง เพราะอาจทำให้เกิดอันตรายได้!!

ควรยืนห่างเตาไมโครเวฟ ประมาณ 50-100 cm (อย่างน้อยครึ่งเมตรถึงหนึ่งเมตร)

อันตรายที่เกิดจากคลื่นไมโครเวฟที่อาจจะรั่วออกมาก็คือ ถ้าถูกที่ตามากๆ และนานพอ จะทำให้เกิดต้อกระจกได้ นอกจากนี้ ผู้ที่ใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจเทียม อาจจะทำให้เครื่องทำงานผิดจังหวะ ดังนั้นอยู่ให้ไกลขณะที่เตาไมโครเวฟกำลังทำงาน ก็จะปลอดภัยที่สุด


2. การอุ่นอาหารด้วยไมโครเวฟทำให้อาหารได้รับความร้อนในช่วงสั้นๆ

ได้ความร้อนไม่สม่ำเสมอ อาหารอาจสุกไม่ทั่วถึง อาหารที่ชิ้นหนามากหรือใหญ่มาก คลื่นไมโครเวฟไม่สามารถผ่านเข้าไปถึงใจกลางของอาหารได้ ทำให้อาหารสุกได้ไม่เท่ากัน อาหารร้อนมากในบางจุดและดิบในบางจุด แบคทีเรียบางชนิดอาจยังมีชีวิตอยู่ได้ จึงควรหั่นหรือตัดอาหารให้บางสักหน่อย จัดอาหารให้กระจายห่างกัน ไม่รวมเป็นกระจุกเดียว อาจต้องปรุง 2 ครั้ง เพื่อกลับด้านให้สุกทั่วกัน

ปริมาณอาหารที่น้อยเกินไปก็เป็นปัญหาได้ เนื่องจากเมื่อมีอาหารน้อยเกินไปที่จะดูดซับคลื่นไว้ได้ คลื่นไมโครเวฟจะสะท้อนกลับ ทำให้เตาไมโครเวฟนั้นร้อน และอาจเสียหายได้

3. ต้มน้ำด้วยเตาไมโครเวฟ ระวังน้ำเดือดจนระเบิด!!

การต้มน้ำในภาชนะผิวเรียบ ไม่ว่าจะเป็นเซรามิกหรือแก้ว ด้วยเตาไมโครเวฟ น้ำที่ต้มนั้นอาจระเบิดได้ ปกติเวลาน้ำเดือดเราจะเห็นฟองอากาศลอยผุดขึ้นผิวน้ำ ฟองอากาศนี้จะช่วยลดอุณหภูมิของน้ำให้อยู่ที่จุดเดือดปกติ แต่น้ำที่ต้มด้วยเตาไมโครเวฟ จะมีอุณหภูมิสูงกว่าจุดเดือดของน้ำปกติ โดยที่ไม่มีอาการเดือด แต่อาการเดือดจะเกิดขึ้นอย่างฉับพลันเมื่อน้ำนั้นถูกรบกวน เช่น เมื่อยกภาชนะออกจากเตา หรือเมื่อใส่กาแฟหรือถุงชาลงไป จนอาจกลายเป็นระเบิดน้ำเดือดขนาดย่อมๆ

วิธีแก้อาจทำได้โดยวางช้อนไม้ไว้ในถ้วยเพื่อให้ความร้อนกระจายอย่างสม่ำเสมอ และถึงจุดเดือดโดยไม่เกิดปรากฏการณ์ดังกล่าวขึ้น

4. ภาชนะที่ปิดสนิทและไข่อาจเกิดระเบิดได้เช่นกันเมื่อได้รับความร้อนด้วยเตาไมโครเวฟ เนื่องจากความดันที่เพิ่มขึ้นภายใน

เลือกใช้ภาชนะให้เหมาะสมกับเตาไมโครเวฟ...ก็มีความสำคัญ!!

5. ภาชนะบรรจุอาหารที่ใช้กับเตาไมโครเวฟ ควรเป็นภาชนะที่มีคุณสมบัติไม่ดูดกลืนคลื่นไมโครเวฟ

เช่น แก้ว เซรามิก กระดาษ หรือพลาสติกชนิดที่ระบุว่าใช้กับเตาไมโครเวฟได้ ซึ่งจะปล่อยให้คลื่นผ่านเลยไป ไม่ดูดกลืนคลื่นไว้ ภาชนะที่มีรูปร่างกลม ปากกว้าง จะดีกว่าภาชนะที่มีเหลี่ยมมุมซึ่งจะรับคลื่นไมโครเวฟได้น้อย

วิธีการทดสอบง่ายๆ ว่าภาชนะใดเหมาะกับเตาไมโครเวฟหรือไม่ ทำได้โดยวางภาชนะเปล่าในเตาไมโครเวฟ และวางแก้วที่มีน้ำอยู่ประมาณ 250 มิลลิลิตรใกล้ๆ ภาชนะเปล่านั้น เปิดเตาไมโครเวฟที่ความร้อนสูงสุดประมาณ 1 นาที ตรวจดูภาชนะและน้ำในแก้ว ถ้าภาชนะเปล่าร้อนขึ้นในขณะที่น้ำในแก้วอุ่นๆ แสดงว่าภาชนะนั้นดูดกลืนคลื่นไมโครเวฟด้วย ไม่เหมาะที่จะนำมาใช้กับเตาไมโครเวฟ เพราะจะทำให้อาหารสุกช้า สิ้นเปลืองพลังงาน นอกจากนี้ควรเลือกภาชนะที่ทนความร้อนและการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิได้ดี

ภาชนะที่ทำด้วยแก้ว เป็นภาชนะที่ใช้กับเตาไมโครเวฟได้อย่างปลอดภัยที่สุด แก้วที่มีคุณภาพดีๆ สามารถบรรจุอาหารแช่เย็นแล้วนำไปใช้กับเตาไมโครเวฟได้เลย ถ้าเป็นแก้วที่มีฝาปิดก็สามารถทนต่อความดันที่เกิดขึ้นเมื่อได้รับความร้อนโดยไม่ก่อให้เกิดความเสียหาย แต่ต้องไม่ตกแต่งขอบหรือลวดลายด้วยสีทองหรือเงิน

ภาชนะที่ทำด้วยเซรามิก ใช้กับเตาไมโครเวฟได้ดีและปลอดภัย แต่ก็ขึ้นอยู่คุณภาพของเซรามิกด้วย และไม่ควรตกแต่งลวดลายหรือเคลือบด้วยสีฉูดฉาดเช่นกัน ซึ่งจะมีโลหะหนักละลายออกมาปนกับอาหาร เป็นอันตรายได้

ภาชนะที่ทำด้วยกระดาษ สามารถใช้ได้อย่างปลอดภัย ยกเว้นกระดาษที่มีการพิมพ์ตัวอักษร เมื่อได้รับความร้อนอาจทำให้สารที่อยู่ในหมึกพิมพ์ออกมาปนเปื้อนในอาหาร เป็นอันตรายได้ โดยเฉพาะการใช้กับอาหารที่มีไขมันสูง ควรเลือกใช้กระดาษที่ไม่มีสีหรือตัวพิมพ์

ภาชนะที่ทำด้วยพลาสติก ควรใช้ชนิดที่ระบุว่าใช้กับเตาไมโครเวฟได้เท่านั้น ซึ่งจะเป็นพลาสติกคุณภาพดีและทนความร้อน มีงานวิจัยหลายชิ้นที่รายงานว่าสารบางชนิดในพลาสติกอาจปนเปื้อนกับอาหารเมื่อได้รับความร้อน ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งหรือก่อให้เกิดความผิดปกติอื่นๆ ในร่างกาย

ภาชนะที่ทำด้วยโลหะ ไม่เหมาะที่จะนำมาใช้กับเตาไมโครเวฟอย่างยิ่ง เพราะจะทำให้คลื่นไมโครเวฟเกิดการสะท้อนกลับ ทำให้อุปกรณ์ภายในเสื่อมเร็ว อายุการใช้งานของเครื่องสั้นลง

นอกจากนี้ กระดาษฟอยล์ โลหะบางๆ รวมถึงโลหะปลายแหลม ยกตัวอย่างเช่น ลวดเย็บกระดาษ จะถูกทำให้ร้อนอย่างรวดเร็วมากในเตาไมโครเวฟ จนอาจทำให้เกิดประกายไฟได้ แต่วัตถุที่เป็นโลหะตันขนาดเล็ก เช่น ช้อน หากมีอาหารหรือน้ำคอยดูดซับคลื่นที่สะท้อนออกจากวัตถุนั้น ก็ไม่น่าจะเกิดอันตราย อย่างไรก็ตาม ทางที่ดีที่สุดคือหลีกเลี่ยงการใช้โลหะทุกชนิดในเตาไมโครเวฟ









วันจันทร์ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2555

สารส้ม เหลือเยอะ เอาไปทำอะไรดี?


เมื่อปีก่อนน้ำท่วม น้ำใช้สกปรก เลยซื้อตุนสารส้มซะเยอะเลย ... สารส้มที่เหลือ ยังใช้ประโยชน์ได้อีกมากมาย


คุณสมบัติของสารส้ม

1. ไม่มีสีและกลิ่น เหมาะสำหรับผู้ชอบใช้น้ำหอมเพราะจะไม่มีกลิ่นไปรบกวนหรือหักล้างกลิ่นน้ำหอมที่ใช้
2. ไม่เปื้อนเสื้อผ้า เพราะไม่มีส่วนผสมของครีมและน้ำมัน
3. ปลอดภัยต่อร่างกาย คือไม่อุดตันรูขุมขน ไม่ซึมเข้าร่างกาย เพราะสารส้มทำให้เกิดประจุลบ จึงไม่สามารถผ่านผนังเซลล์ได้ ไม่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อมและไม่ทำลายโอโซน
4. ไม่เสื่อมสภาพ มีความคงทนต่อสภาพแวดล้อม จึงไม่เสื่อมสภาวะที่อุณหภูมิห้อง

ประโยชน์ของสารส้ม

1. ระงับกลิ่นตัว กวนสารส้มในน้ำ ใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดตัว จะดับกลิ่นตัวได้ สามารถระงับ กลิ่นได้ 100 % นานถึง 24 ช.ม และหน่วงการเกิดกลิ่นได้ไม่ต่ำกว่า 10 ช.ม
2. ใช้ห้ามเลือด   ป่นสารส้มให้ละเอียด หรือละลายน้ำ ใส่แผล จะรู้สึกแสบนิดหน่อย แต่ห้ามเลือดได้ชะงัดนัก
3. ชุบไส้ตะเกียง ทำให้ไม่มีควัน   กวนสารส้มในน้ำ ชุมไส้ตะเกียงแล้วนำไปตากแดดให้แห้ง เมื่อนำไปจุด จะไม่มีควัน
4. ดับกลิ่นคาว  กวนสารส้มในน้ำ ใช้ล้างปลา หรือ กระเพาะหมู
5. รักษาถั่วงอก  กวนสารส้มในน้ำ นำถั่วงอกลงแช่ จะเก็บถั่วงอกไว้ได้นานและกรอบด้วย
6. ทำให้น้ำใส  นำสารส้มกวนน้ำ น้ำขุ่นจะใส
7. ทำให้อาเจียน  ตำสารส้มขนาดปลายนิ้วก้อย ละลายน้ำ แล้วดื่มถอนพิษ เช่น กินยาผิด  กินเห็ดเมา หรือ กิน กรดหรือด่าง เข้าไป
8. กันบูด ใช้สารส้มปนแป้งเปียก กันบูดได้
9. ใช้ในอุตสาหกรรมกระดาษ ย้อมสีผ้า ทำให้สีติดเส้นใยได้ดีขึ้น
10. ทำให้อาหารกรอบ นิยมใช้กับการดองผักเพื่อให้ผักดองมีความกรอบ
11. ช่วยให้พริกขี้หนูดูสดใส เก็บไว้ได้หลายวัน โดยการนำพริกขี้หนูแช่ในน้ำสารส้มสักพัก แล้วนำมาผึ่งไว้ ก่อนทานก็ควรล้างพริกเสียก่อน
12. ช่วยให้ข้าวเหนียวมีเมล็ดสวย โดยใช้สารส้มแกว่งในน้ำแช่ข้าวเหนียว แล้วแช่ไว้สักครู่ เปลี่ยนน้ำแช่ใหม่ เวลานึ่งแล้วข้าวจะมีเมล็ดสวย
13. ใช้ทาหลังโกนหนวดจะไม่ทำให้เกิดการระคายเคือง ช่วยห้ามเลือดและสมานบาดแผลที่เกิดจากมีดโกนบาด หรือ บาดแผลเล็กน้อย
14. ใช้ทาส้นเท้าจะรักษาและป้องกันส้นเท้าแตก
15. ทาแก้คันตามผิวหนังเมื่อถูกยุงกัดหรือคันจากสาเหตุอื่น




วันพุธที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2555

น้ำซาวข้าว ใครคิดว่าไม่สำคัญ?


น้ำซาวข้าวซึ่งแม่บ้านส่วนมาก มักทิ้งไปนั้น แท้จริงแล้ว น้ำซาวข้าวมีประโยชน์ ช่วยเราประหยัดเงินในกระเป๋าได้หลายอย่าง เช่น

1. ลบรอยเตารีด

เสื้อผ้าที่มีรอยเตารีดประทับอยู่  ซักน้ำธรรมดากี่ครั้งๆ รอยนั้นก็ไม่ลบไป  ลองนำเอาเสื้อผ้าที่มีรอยเตารีดนั้น แช่ในน้ำซาวข้าวประมาณครึ่งวัน แล้วจึงนำไปซักตามวิธีปกติ  รอยเตารีดบนเสื้อผ้า ก็จะหายไปเป็นปลิดทิ้ง

2. ล้างถ้วยชาม

น้ำซาวข้าวใช้ล้างถ้วยชาม แทนผงซักฟอก ได้เป็นอย่างดี และล้างได้สะอาด ไม่แพ้ผงซักฟอก (ยกเว้น ถ้วยชามที่เปื้อนคราบน้ำมันมากๆ จะไม่สามารถใช้วิธีนี้ได้)