ไอเดียป้องกันน้ำท่วม จากภาคเอกชน ฝากถึงผู้ว่า กทม. และ ท่านนายกหญิงค่ะ ไอเดียดีๆ แบบนี้ ถ้าไม่ช่วยเผยแพร่ เห็นที่จะไม่ได้ Youtube นี้ มาแรงมาก กว่าบล็อกนี้จะเขียนเสร็จและเผยแพร่ออกมา เชื่อว่าเรื่องนี้คงไปถึงหูผู้ใหญ่ในประเทศเราแล้ว ก็ต้องลุ้นกันว่าเขาดูแล้วจะว่าอย่างไร จะระดมนักวิชาการมาพิจารณาและตัดสินใจว่าไอเดียนี้ควรใช้หรือไม่ เราก็คงรู้กันในไม่ช้า แต่ที่เราเอามาแชร์ ก็เพราะอยากให้คนกรุงเทพฯ ที่อาจยังไม่รู้ข่าว ได้มาอ่านมาดูกัน เพราะตอนนี้หลายคนเครียดเรื่องน้ำท่วมเหลือเกิน หลายคนเชื่อว่ากรุงเทพฯไม่รอดแน่ ท่วมแน่ๆ แล้วงานนี้ใครจะช่วยใครได้ล่ะ
อย่างไรก็ตาม การบริหารจัดการน้ำภาคฉุกเฉินแบบนี้ ก็ต้องมีคนที่เสียสละบ้าง คือคนที่อยู่ในพื้นที่รอบนอกแนวกั้นเป็นชั้นๆ นั่นเอง เราอยากให้เขาเข้าใจสถานการณ์ และมองให้เห็นภาพรวมและความจำเป็นที่เกิดขึ้น ถ้าทุกคนเข้าใจ และร่วมมือกันทุกฝ่าย เราก็จะสามารถผ่อนหนักเป็นเบาได้ และฝ่าวิกฤตมหัตภัยน้ำครั้งนี้ไปได้
ร่วมด้วยช่วยกันค่ะ ตัดสินใจด่วนนะคะท่าน เราภาคประชาชนคงทำอะไรไม่ได้มาก ความหวังทั้งหมดคงต้องฝากไว้กับท่านค่ะ ทั้งการแก้ไข และประชาสัมพันธ์ให้ทุกฝ่ายเข้าใจและลงมือทำทันที!
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ น้ำท่วม ปี 2554 แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ น้ำท่วม ปี 2554 แสดงบทความทั้งหมด
วันศุกร์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2554
วันพฤหัสบดีที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2554
ไอเดียป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพฯ
ไปอ่านเจอไอเดียจากคุณอภิชาติ สุทธิศิลธรรม วิศวกรเคมี ถึงวิธีป้องกันน้ำท่วม เห็นว่าน่าจะเป็นประโยชน์ เลยขอร่วมเป็นอีกแรง เผยแพร่ให้คนรู้อีกช่องทางหนึ่ง เผื่อจะใช้ได้ เผื่อจะได้ใช้ เผื่อผู้ใหญ่ใน กทม. อาจจะเอาไปพิจารณา เผื่อเราชาวกรุงเทพจะรอด
ป้ายกำกับ:
การป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพฯ,
น้ำท่วม ปี 2554,
ไอเดียป้องกันน้ำท่วม
วันศุกร์ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2554
วิเคราะห์ปัญหาน้ำท่วม(ผิดปกติ)แบบวิทยาศาสตร์
ฝนตกหนัก น้ำไหลแรง กินเวลานาน ปรากฏการณ์นี้ไม่ใช่อุทกภัยแบบเดิมที่ประเทศไทยเคยเจอเมื่ออดีต อีกทั้งผลกระทบที่ทวีความรุนแรงไม่ว่าทั้งด้านจิตใจ พืชสวนไร่นาเสียหายนับหมื่นไร่ แม้จะรู้อยู่ว่าเป็นภัยธรรมชาติ แต่ในเชิงวิทยาศาสาตร์สามารถให้ความกระจ่างได้ว่าน้ำท่วมและความรุนแรงขณะนี้ก่อตัวมาได้อย่างไร
ศ.ดร.ธนวัฒน์ จารุพงษ์สกุล อาจารย์ประจำวิชาธรณีวิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วิเคราะห์ถึงสถานการณ์น้ำท่วมในครั้งนี้ว่า ย้อนไปเมื่อปีที่แล้วสภาพการแปรปรวนของภูมิอากาศแบบผกผันก่อให้เกิดสภาพฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล รูปแบบฝนตกได้เปลี่ยนไปจากอดีตอย่างมาก กล่าวคือ จะตกครั้งละมากๆ บางครั้งฝนตกมาครั้งหนึ่งมากกว่าฝนตกเฉลี่ยทั้งปีเสียด้วยซ้ำไป บางที่มีฝนตกเป็นเวลาหลายวันต่อเนื่อง แต่บางครั้งฝนก็ทิ้งช่วงเป็นเวลานานๆ หรือบางพื้นที่ไม่น่าจะมีฝนตกในบางช่วงเวลากลับมีฝนตกหนักแบบไม่ลืมหูลืมตา ทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วม อย่างเช่น น้ำท่วมพื้นที่ปากช่อง ในปี พ.ศ. 2553 หรือน้ำท่วมภาคใต้เมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. 2554 เป็นต้น
จากการศึกษาแบบจำลองทางคอมพิวเตอร์ของหน่วยงานด้านอุตุนิยมวิทยาชั้นนำของโลกพบว่า ในอนาคตสภาพความแปรปรวนของภูมิอากาศจะมีความถี่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งคงก่อให้เกิดปัญหาภัยแล้ง น้ำท่วม พายุโซนร้อน พายุฤดูร้อน แผ่นดินถล่ม ไฟป่า และหลุมยุบเกิดขึ้นกับประเทศไทยเพิ่มมากขึ้นหลายเท่าตัว ส่งผลให้การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำทั้งระบบทำได้ยากขึ้น โดยเฉพาะการแก้ปัญหาน้ำท่วมของประเทศไทยขณะนี้ยิ่งแก้ไขก็ยิ่งเหมือนไปเพิ่มความรุนแรงมากขึ้นให้กับพื้นที่ท้ายน้ำอยู่เสมอ และยังสร้างความขัดแย้งมากขึ้นในสังคม ทั้งประชาชนที่มีระบบป้องกันและไม่มีระบบป้องกัน ชุมชนเมืองและชุมชนภาคเกษตรกร เป็นต้น
ความแปรปรวนของภูมิอากาศที่เกิดขึ้นในปีนี้เกิดขึ้นเร็วและรุนแรงเหนือความคาดหมายจากเดิมเมื่อกลางปี พ.ศ. 2553 ที่พบว่าปรากฏการณ์ลานินญ่ากระหน่ำประเทศไทยส่งผลให้เกิดปัญหาน้ำท่วมหนักทั้งภาคอีสาน เหนือ กลาง และที่หนักที่สุดคือภาคใต้ แต่จากการศึกษาเรื่องพายุที่มีจุดก่อกำเนิดในทะเลจีนใต้กับปรากฏการณ์ลานินญ่าของ พ.ศ. 2554 พบว่ามีข้อมูลบ่งชี้ว่าสถานการณ์น้ำท่วมของภาคใต้จากนี้ไป 2-4 เดือน (ต.ค. 2554-ม.ค. 2555) น่าเป็นห่วงมาก มีแนวโน้มสูงที่ภาคใต้และอำเภอหาดใหญ่จะเผชิญกับฝนตกหนักจากลานินญ่าเหมือนใน พ.ศ. 2518, 2531, 2543 และอาจจะมีพายุพัดถล่มเหมือนในปี พ.ศ. 2505 ที่แหลมตะลุมพุก พ.ศ. 2532 พายุเกย์ที่ จ.ชุมพร และเมื่อปลาย พ.ศ. 2553 รวมทั้งเรื่องแผ่นดินถล่มก็เป็นสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นได้และอาจจะเป็น “มหากาพย์อุทกภัย พ.ศ. 2554” ของภาคใต้อีกปีหนึ่ง
อ.ธนวัฒน์ กล่าวอีกว่า ฝนที่ตกแรงและถี่ขึ้นส่วนหนึ่งเพราะรูปแบบการก่อตัวของลานินญ่าเปลี่ยนจากทุก 4.6 ปี เหลือ 3 ปี รวมทั้งปรากฏการณ์เอลนินโญ่ที่เปลี่ยนไป จาก 3 ปีต่อครั้งเวียนรอบมาเหลือ 1.6 ปีต่อครั้ง ประกอบกับการก่อตัวของพายุในทะเลจีนใต้จากเดิมก่อตัวในแถบทะเลลึกแต่ปัจจุบันก่อตัวในแถบชายฝั่ง จากสถิติเมื่อปีที่ผ่านมาพบพายุที่ก่อตัวในแถบชายฝั่ง 11 ลูก พายุเหล่านี้เข้ามาเติมปริมาณน้ำฝนเป็นข้อบ่งชี้ได้ว่าในอนาคตเราจะต้องเผชิญกับอุบัติภัยน้ำท่วมถี่และบ่อยขึ้น แต่ถ้าเทียบระหว่างประเทศแล้วประเทศไทยถือว่าโชดดีที่จะเจอแต่หางๆ ของพายุเพราะมีประเทศที่รับช่วงหัวไปเต็มๆ แล้ว คือ ฟิลิปปินส์ เวียดนาม แต่ช่วงเปลี่ยนฤดูจากฝนเป็นหนาวในเดือนตุลาคมนี้ ภาคใต้จะได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ประกอบอิทธิพลของลานินญ่า เชื่อว่าเหตุการณ์เหล่านี้จะทำให้ภาคใต้เกิดน้ำท่วมหนักเหมือนเมื่อครั้งอดีต
กรุงเทพฯ เคยประสบปัญหาน้ำท่วมรุนแรงสุดเมื่ออดีต คือ ปี 2518 มีหลักฐานภาพถ่ายชาวบ้านพายเรืออยู่ในย่านสนามหลวง และครั้งใหญ่ล่าสุดในปี 2538 ปีนั้นอยู่ในปรากฏการณ์เอลนินโญ่ แต่หลังจากนั้นกรุงเทพฯ เริ่มคลี่คลายจากปัญหาน้ำท่วมส่วนหนึ่งเพราะ กทม.ได้เริ่มสร้างเขื่อนริมน้ำเจ้าพระยา แต่กลับกลายเป็นว่าประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ภาคกลาง เช่น อ่างทอง สิงห์บุรี ชัยนาท ต้องเจอปัญหาน้ำท่วมหนักขึ้น ในประเด็นนี้ อ.ธนวัฒน์ บอกว่า การสร้างเขื่อนกั้นน้ำไม่ได้เป็นวิธีป้องกันน้ำท่วมทั้งระบบ จะส่งผลให้น้ำไปท่วมที่ใดที่หนึ่งแทน ยกตัวอย่างเช่น วิทยาลัยเทคนิคนครสวรรค์น้ำท่วมอย่างรวดเร็วภายใน 3 ชั่วโมง ผลจากต่างคนต่างสร้างเขื่อนริมน้ำ เมื่อ กทม. ทำเขื่อนกั้นจังหวัดไหนที่มีงบประมาณก็ทำบ้าง ส่วนประเด็นเขื่อนกักเก็บน้ำเป็นอีกประเด็นที่ไม่ได้เป็นตัวช่วยแก้ไขปัญหาน้ำท่วม สังเกตว่าในปีนี้พื้นที่แนวเขตการก่อสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้นกลับไม่เจอปัญหาน้ำท่วมรุนแรงทั้งที่ปีนี้มีปริมาณฝนมาก
“ปัจจุบันเขื่อนเก็บน้ำที่สร้างมาตั้งแต่ปี 2500 หรือ 50 ปีที่ผ่านมามีตะกอนดินจมอยู่ใต้เขื่อน 40-50 เปอร์เซ็นต์ เป็นเพราะมีการบุกรุกป่าเพิ่มขึ้น แผ่นดินถล่ม แต่การกักเก็บน้ำยังใช้ตัวเลขเดิม อีกทั้งเขื่อนยังก่อให้เกิดพลังงานศักย์ น้ำที่ปล่อยลงมาจากที่สูงเมื่อไหลออกมาจึงมีความแรงเป็นพลังสึนามิน้อยๆ จะสังเกตว่าทำไมน้ำท่วมปีนี้น้ำจึงแรง เรือล่ม เพราะน้ำมีพลังงานศักย์” นักวิชาการคนเดิมระบุ
อย่างไรก็ตาม ดร.ธนวัฒน์ให้ข้อเสนอแนะแผนเร่งด่วนสำหรับการรับมือการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมว่า ควรปรับระบบเตือนภัยให้ทันเวลา เร่งวางแผนแม่บทการจัดการน้ำเพื่อวางแผนด้านการเกษตรในพื้นที่ลุ่มน้ำ ต้องมีประกาศแจ้งให้เก็บเกี่ยวพืชผลทางการเกษตรก่อน สำหรับกรุงเทพมหานครเสนอว่าควรมีแผนระยะยาวในการสร้างเส้นทางด่วนระบายน้ำ นอกจากนี้ ควรมีมาตรการทางภาษีจัดเก็บภาษีสำหรับคนที่ไม่ประสบภัยน้ำท่วมเพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย อีกทั้งในพื้นที่รับน้ำต้องปล่อยไว้ห้ามก่อตั้งชุมชน หรือการใช้ภาษีทางอ้อม เช่น ปัจจุบันโรงงานในพื้นที่บางบาลเกิดขึ้นจำนวนมาก เพราะราคาที่ดินถูกเนื่องจากเป็นพื้นที่รับน้ำ ลักษณะนี้ควรออกมาตรการทางภาษีอุตสาหกรรมที่ไปตั้งอยู่ในพื้นที่รับน้ำต้องเสียภาษี 10 เท่า
แผนระยะยาวอีกด้าน กรุงเทพมหานครควรหยุดการเจริญเติบโตของเมืองไว้แค่นี้แต่ไปพัฒนาเมืองบริวาร อาทิ ราชบุรี สุพรรณบุรี สระบุรี เป็นต้น โดยภาครัฐต้องสร้างระบบขนส่งเพื่อรองรับการเดินทางไว้ควบคู่กัน
From Dailynews Online
ป้ายกำกับ:
น้ำท่วมในอดีต,
น้ำท่วม ปี 2554,
สถานการณ์น้ำท่วม
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)
